ภ.พ.30 คืออะไร

ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรเป็นรายเดือน เพื่อสรุปยอด “ภาษีขาย” และ “ภาษีซื้อ” ของเดือนนั้น แล้วคำนวณว่าต้องชำระภาษีเพิ่มหรือขอคืนได้

ใครต้องยื่น ภ.พ.30

  • ผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต่อปี ซึ่งเข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียน VAT
  • ผู้ที่จดทะเบียน VAT แบบสมัครใจ แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์

เมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว มีหน้าที่ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายการซื้อขายเลยก็ตาม โดยยื่นเป็นแบบเปล่ายอดเป็นศูนย์

ภ.พ.30 ยื่นภายในวันไหน

  • ยื่นแบบกระดาษ — ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing — ได้รับสิทธิขยายเวลาเพิ่ม 8 วัน คือภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป
กิจการส่วนใหญ่เลือกยื่นออนไลน์ เพราะได้เวลาเพิ่มอีกแปดวันโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเพิ่ม และมีหลักฐานการยื่นเก็บไว้ในระบบให้ตรวจย้อนหลังได้

คำนวณภาษีจาก ภ.พ.30 อย่างไร

หลักการง่าย ๆ มีสองตัวเลข

  • ภาษีขาย คือ VAT ที่เก็บจากลูกค้าตอนขายสินค้าหรือบริการ
  • ภาษีซื้อ คือ VAT ที่จ่ายให้ผู้ขายตอนซื้อสินค้าหรือบริการ โดยต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง

หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ต้องชำระส่วนต่างเพิ่ม แต่หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย สามารถขอคืนหรือยกไปเครดิตในเดือนถัดไปได้

จุดที่กิจการมักพลาดคือลืมว่าภาษีขายที่เก็บมาไม่ใช่รายได้ของกิจการ แต่เป็นเงินที่ต้องนำส่งรัฐ การกันเงินส่วนนี้แยกไว้ทุกเดือนจะช่วยไม่ให้ขาดสภาพคล่องตอนถึงกำหนดยื่น

ยื่นล่าช้ามีโทษอย่างไร

การยื่น ภ.พ.30 ล่าช้าหรือไม่ยื่น มีทั้ง ค่าปรับอาญา ตามระยะเวลาที่ล่าช้า และ เงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ ยิ่งปล่อยไว้นานยอดยิ่งสะสม

ในทางปฏิบัติ เกือบทุกเคสที่ยื่นล่าช้าไม่ได้เกิดจากไม่มีเงินจ่ายภาษี แต่เกิดจากเอกสารมาไม่ทัน การกำหนดวันส่งเอกสารประจำเดือนให้เป็นกิจวัตร และมีคนคอยเตือนล่วงหน้า จึงช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด

ถ้าตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่ากิจการของคุณยื่นครบหรือยัง หรือมีเดือนไหนตกหล่นไปบ้าง โทรมาให้เราช่วยตรวจสถานะได้ที่ 093-795-6984 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการตรวจเบื้องต้น

บทความนี้อธิบายภาพรวมเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น กำหนดเวลาและอัตราที่แท้จริงอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีของท่านก่อนนำไปปฏิบัติ